ซักด่วนสะอาดไหม ? แชร์ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญการซักผ้าของอีเลคโทรลักซ์์ 

ซักด่วนสะอาดไหม ? แชร์ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญการซักผ้าของอีเลคโทรลักซ์ 

อ่าน 9 นาที |

ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่นั้นเน้นความคล่องตัว การซักผ้าก็เช่นกัน เมื่อโปรแกรมซักด่วนกลายเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคนที่มีเวลาจำกัด คำถามที่หลายคนยังสงสัยก็คือ โปรแกรมแบบนี้ซักผ้าได้ดีจริงหรือแค่สะดวกอย่างเดียว? 


บทความนี้ได้รวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการซักผ้าจากอีเลคโทรลักซ์ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยผู้บริโภคและข้อมูลแบบสำรวจในหลายภูมิภาค เพื่ออธิบายว่าเทคโนโลยีซักผ้าอัจฉริยะกำลังเปลี่ยนความคาดหวังของผู้ใช้อย่างไร พร้อมแนะนำเคล็ดลับที่ใช้งานได้จริง ให้เห็นว่าความรวดเร็วและประสิทธิภาพสามารถไปด้วยกันได้อย่างลงตัวในชีวิตประจำวัน
 

นิยามงง “ความเร็ว” ในการซักผ้ายุคปัจจุบัน  

การสร้างสมดุลเวลาระหว่างงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว กลายเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้นในทุกวัน และการซักผ้าก็เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ภารกิจที่ต้องจัดการให้ทันสำหรับหลายครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์เร่งรีบ โปรแกรมซักด่วนจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้การซักผ้าสะดวกขึ้น แต่ยังช่วยประหยัดเวลา หมดกังวลว่าผ้าจะไม่สะอาด 

ผลงานวิจัยที่สะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภค  

จากการวิจัยเชิงลึกของอีเลคโทรลักซ์พบว่าความต้องการด้าน “ความเร็ว” ไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่ม โดยในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสอบถามถึง 46% ระบุว่า ต้องการเครื่องซักผ้าที่ช่วยลดระยะเวลาในการซักผ้า 

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความจริงที่ชัดเจนว่า แม้ความสะอาดจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่ “ความคุ้มค่าเรื่องเวลา” ก็สำคัญไม่แพ้กันในชีวิตประจำวัน 

ความเร็ว” สะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป 

ผู้บริโภคทั่วทั้งภูมิภาคเริ่มให้ความสำคัญกับโปรแกรมที่ช่วยประหยัดเวลาและทำให้ขั้นตอนการซักผ้าง่ายขึ้นมากกว่าเดิม ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักผ้าของ Electrolux ระบุว่า “ความต้องการเรื่องความเร็วไม่ได้ส่งผลแค่ในเรื่องของเวลาการซักผ้าให้เสร็จเร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนทั้งกระบวนการซักเพื่อลดความยุ่งยาก และทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น” ดังนั้น ความเร็วไม่ใช่เป้าหมายเพียงเพื่อความเร็ว แต่คือการปรับจังหวะชีวิตประจำวันให้ลงตัว โดยมีเทคโนโลยีคอยสนับสนุน  

Electrolux เปลี่ยนข้อมูลที่ได้ให้กลายเป็นนวัตกรรม 

Electrolux มองเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เทรนด์ชั่วคราว แต่คือวิวัฒนาการของไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ จากพฤติกรรมผู้ใช้ Electrolux จึงพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ชีวิตปัจจุบันอย่างแท้จริง เพื่อให้ “ความเร็ว” มาพร้อมกับประสิทธิภาพการซักที่ดีเยี่ยม  

ความเร็วขึ้นอยู่กับรอบการซัก ไม่ใช่แค่การปั่นผ้า 

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือการมองว่า “ความเร็ว” เท่ากับความเร็วรอบปั่น หรือ Round per minute (รอบต่อนาทีทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “ความเร็ว” ในบริบทของการซักผ้าหมายถึง ระยะเวลารวมของโปรแกรมซักทั้งหมด ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบการทำงาน ว่าใช้เวลานานแค่ไหน โปรแกรมซักแบบรวดเร็ว เช่น รอบซัก 45 นาที ช่วยลดเวลาซักได้อย่างชัดเจน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและคล่องตัวในปัจจุบัน 


ส่วนความเร็วรอบปั่น (Spin speed) มีหน้าที่แตกต่างออกไป โดยหมายถึงจำนวนรอบที่ถังซักหมุนต่อหนึ่งนาที (RPM) ซึ่งส่งผลต่อปริมาณน้ำที่ถูกสลัดออกจากผ้าในช่วงปั่นหมาดขั้นสุดท้าย ปัจจัยนี้มีผลต่อระยะเวลาในการตากหรืออบแห้ง ไม่ได้กำหนดว่าผ้าจะซักเสร็จเร็วหรือสะอาดเร็วขึ้นแต่อย่างใด
 


การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง
 “ความเร็วของโปรแกรมซัก” และ “ความเร็วรอบการปั่น” จะช่วยให้ผู้บริโภคเลือกเครื่องซักผ้าได้ตรงกับการใช้งานมากขึ้น และใช้ประโยชน์จากโปรแกรมประหยัดเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

โปรแกรมซักด่วนซักสะอาดจริงไหม?  

หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดของผู้ใช้เครื่องซักผ้า เป็นถามที่ดูเหมือนเรียบง่าย แต่ชวนสงสัยว่า 
ซักด่วน สะอาดจริงไหม?” เมื่อมองเผิน ๆ การซักผ้าให้สะอาดภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงอาจฟังดูดีเกินจริง แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่และการใช้งานอย่างถูกวิธี คำตอบคือการซักให้เร็วและสะอาดสามารถทำได้ และยังให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย 

เร็วแต่ไม่ลดทอนคุณภาพ  

โปรแกรมซักด่วนหมายถึงระยะเวลาการซักที่สั้นลง เพื่อช่วยให้การซักผ้าเสร็จเร็วขึ้น แต่ความเร็วไม่ได้หมายความว่าต้องแลกมากับความสะอาด หัวใจสำคัญอยู่ที่การเข้าใจวัตถุประสงค์ของโปรแกรม และเลือกใช้โปรแกรมให้เหมาะสม โดยเฉพาะเรื่องการเลือกโปรแกรม ปริมาณผ้า และระดับความสกปรกของผ้าแต่ละรอบให้สัมพันธ์กัน 

ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพในเวลาที่น้อยลง 

Electrolux พัฒนาเครื่องซักผ้าให้รองรับการซักด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเซนเซอร์อัจฉริยะและระบบซักที่แม่นยำ เครื่องซักผ้าจะปรับการทำงานให้เหมาะกับผ้าแต่ละรอบ ช่วยรักษามาตรฐานความสะอาด ในขณะเดียวกัน ยังช่วยประหยัดเวลา และพลังงานไปพร้อม ๆ กัน 

คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการใช้โปรแกรมซักด่วน  

ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักผ้าของ Electrolux อธิบายว่า “โปรแกรมซักด่วนถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณปรับการซักผ้าให้เข้ากับตารางชีวิตของตัวเอง โปรแกรมที่เร็วที่สุดเหมาะสำหรับผ้าจำนวนน้อย แต่เคล็ดลับของการซักด่วนให้ได้ผล คือการเลือกโปรแกรมให้เหมาะกับผ้าในแต่ละรอบ” 

เมื่อใช้งานอย่างถูกต้อง โปรแกรมซักด่วนจึงกลายเป็นตัวช่วยสำหรับประสิทธิภาพที่มากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานของดีไซน์และความเข้าใจผู้ใช้งาน ที่รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง 

พฤติกรรมการซักและข้อกังวลที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมซักด่วน 

หลายคนมักลังเลอยู่เสมอก่อนจะเลือกใช้โปรแกรมซักด่วน ในส่วนนี้ เราจะพาไปดูพฤติกรรมการซักผ้าที่พบบ่อยและคำถามที่ผู้ใช้มักสงสัยเมื่อต้องการใช้โปรแกรมการซักที่เร็วขึ้น 

ซักแค่ 15–30 นาที จะสะอาดไหม?” 
เป็นข้อกังวลที่พบได้มากที่สุด หลายคนมองว่าคำว่า “เร็ว” อาจหมายถึงการซักที่ไม่ทั่วถึง แต่ความจริงแล้ว โปรแกรมซักด่วนถูกออกแบบมาสำหรับผ้าจำนวนน้อยและสกปรกไม่มาก หากเป็นผ้าที่สกปรกมากหรือมีคราบฝังแน่น ควรเลือกใช้โปรแกรมขจัดคราบ เพราะจะทำความสะอาดได้ล้ำลึกกว่า โดยจะปรับอุณหภูมิอัตโนมัติ เพื่อการซักที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 


โปรแกรมซักด่วนซักเสื้อผ้าออกกำลังกายที่มีกลิ่นหรือถุงเท้าได้ไหม?” 

ได้ หากเลือกโปรแกรมให้เหมาะสม สำหรับชุดออกกำลังกาย แนะนำให้ใช้โปรแกรม สปอร์ต” หรือ ผ้าบอบบาง” (ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง) ส่วนถุงเท้าเหมาะกับโปรแกรม ผ้าฝ้าย” ซึ่งเครื่องจะปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อการซักที่สะอาดและมีประสิทธิภาพ 


 
โปรแกรมซักด่วนทำลายเนื้อผ้าไหม”  

การดูแลเนื้อผ้าเป็นอีกหนึ่งข้อกังวลหลัก โดยเฉพาะเมื่อใช้โปรแกรมซักแบบระยะเวลาสั้น โดยทั่วไปแล้ว โปรแกรมซักด่วนสามารถซักเสื้อผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ทำลายเนื้อผ้า แต่สำหรับผ้าที่บอบบาง ควรเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับชนิดของเนื้อผ้าโดเฉพาะ เช่น ใช้ โปรแกรม Delicates สำหรับผ้าลูกไม้หรือผ้าใยสังเคราะห์เนื้อละเอียดหรือผ้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษSilk สำหรับผ้าไหม, Wool สำหรับผ้าขนสัตว์และผ้านิต 

เพื่อการปกป้องที่มากขึ้น ควรซักผ้าบอบบางในถุงซักถนอมผ้า และหลีกเลี่ยงการปั่นหมาดด้วยความเร็วสูง เพื่อรักษาทรงและพื้นผิวของเนื้อผ้าให้คงสภาพดี 


ซักเร็วแล้วผ้าจะยังมีกลิ่นอับอยู่ไหม?” 
ในพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพฯ มักมีความชื้นสูง ทำให้กลิ่นอับกลายเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โดยกลิ่นอับมักเกิดจากการตากหรืออบผ้าที่ไม่เหมาะสมมากกว่าตัวโปรแกรมการซัก วิธีป้องกันก็คือ นำผ้าออกจากเครื่องทันทีหลังซักเสร็จ หรือเลือกอบผ้าด้วยเครื่องอบเมื่อทำได้ 


จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรใช้โปรแกรมซักด่วน?” 
สำหรับคำถามนี้ คำตอบย่อมขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการซักผ้าของคุณ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของผ้าที่ซัก หรือผลลัพธ์ที่คาดหวัง ซึ่งนำไปสู่หัวข้อถัดไป: การเลือกโปรแกรมซักที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคุณ 

วิธีเลือกโปรแกรมซักที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ 

การซักผ้าไม่มีสูตรสำเร็จแบบเดียว การเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมจึงควรเริ่มจากการเข้าใจไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของตัวคุณ 

  • หากซักผ้าทุกวัน: โปรแกรมซักด่วน เหมาะสำหรับผ้าปริมาณน้อยและสกปรกไม่มาก ช่วยให้การซักผ้าเป็นเรื่องรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 
  • หากซักชุดออกกำลังกายหรือสปอร์ตแวร์: ควรเลือกโปรแกรม “Sports” เครื่องจะปรับอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อขจัดกลิ่นและคราบเหงื่อได้ดียิ่งขึ้น 
  • หากต้องเจอกับคราบสกปรกบ่อย: ควรใช้โปรแกรมมาตรฐานหรือโปรแกรมซักแบบเต็มรอบ ที่มีเวลาซักและแช่ผ้านานกว่า เพื่อความสะอาดอย่างทั่วถึง 
  • หากมีเวลาจำกัด: โปรแกรมซักด่วนอย่าง Full Wash 45 เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับผ้าที่สกปรกไม่มาก โดยสามารถซักเสื้อผ้าเต็มถังเสร็จภายใน 45 นาที รวดเร็วและประหยัดเวลาเมื่อเทียบกับโปรแกรมทั่วไปที่มักใช้เวลามากกว่าหนึ่งชั่วโมงต่อรอบการซัก 


การเข้าใจนิสัยการซักผ้าของตัวเองคือก้าวแรกของการเลือกโปรแกรมที่เหมาะสม การซักเร็วไม่ได้หมายความว่าสะอาดน้อยลงเสมอไป
 แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมกับชนิดผ้ามากกว่า 

วิธีเลือกโปรแกรมซักที่เหมาะสมกับเนื้อผ้า  

การซักผ้าไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี โปรแกรมซักที่มีประสิทธิภาพที่สุดไม่ได้เลือกจากไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับชนิดของผ้าและระดับความสกปรกเป็นหลักด้วย 

image9w96n.png


เสื้อผ้าสกปรกมาก
 – ใช้โปรแกรม “Full Wash 45”  

Full Wash 45 ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผ้าปริมาณเต็มถังที่มีความสกปรกระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยใช้เวลาซักเพียง 45 นาทีที่อุณหภูมิ 30°C โปรแกรมนี้ให้ความสะอาดทั่วถึงโดยไม่ต้องใช้เวลานานเกินจำเป็น เหมาะสำหรับเสื้อผ้าในแต่ละวันของครอบครัวที่มีไลฟ์สไตล์ชีวิตเร่งรีบ 

เรียนรู้ วิธีจัดการกับคราบหนักบนเสื้อผ้า  


เสื้อผ้าสกปรกไม่มาก ปริมาณน้อย– ใช้โปรแกรม “Daily 15” หรือ “Daily 39”
  

โปรแกรมซักระยะสั้นที่เน้นความรวดเร็วและประหยัดเวลา เช่น Daily 15 เหมาะสำหรับการซักผ้าปริมาณน้อย ใช้เวลาเพียง 15 นาที และ Daily 39 ให้การซักที่ล้ำลึกขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 40 นาที เหมาะสำหรับเสื้อผ้าที่ไม่สกปรกมาก หรือชุดที่ต้องการใช้งานเร่งด่วน 


ผ้าฝ้ายและผ้าผสมหลายชนิด – ใช้โปรแกรม “Cottons” หรือ “Mixed” 
 

โปรแกรมเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อการซักที่สะอาดทั่วถึงและถนอมเนื้อผ้า โปรแกรม Cottons เหมาะสำหรับผ้าที่ทนทาน เช่น เสื้อยืด กางเกงยีนส์ ผ้าขนหนู และชุดเครื่องนอน ส่วน Mixed เหมาะสำหรับการซักผ้าที่มีหลายชนิดรวมกันในถังเดียว เพิ่มความสะดวกสำหรับการซักผ้า (แต่แนะนำไม่ควรซักเสื้อผ้าสีอ่อน รวมกับผ้าสีเข้ม เพื่อลดปัญหาสีผ้าหมองคล้ำ) และความสะอาดในรอบเดียว 


ชุดออกกำลังกายและชุดกีฬา – ใช้โปรแกรม “Sport” 
 

โปรแกรม Sports หรือ Quick Wash สามารถจัดการกับเสื้อผ้าแอคทีฟแวร์ที่ใส่ไม่นานได้ หากต้องจัดการเหงื่อหรือกลิ่นอับ ควรเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมหรือเพิ่มระยะเวลาซักเมื่อจำเป็น วิธีนี้ช่วยทำความสะอาดผ้าโดยไม่ทำลายความยืดหยุ่นหรือสารเคลือบเนื้อผ้า ทำให้ชุดออกกำลังกาย เลกกิ้ง และเสื้อกีฬายังคงสภาพดีอยู่เสมอ 


ผ้าบอบบาง – ใช้โปรแกรม “Delicates” 
 

โปรแกรมนี้ใช้การหมุนถังอย่างนุ่มนวล ความเร็วรอบปั่นต่ำ และอุณหภูมิต่ำ เพื่อปกป้องเนื้อผ้าที่บอบบาง อย่างผ้าไหม ลูกไม้ หรือผ้าใยสังเคราะห์เนื้อละเอียด โปรแกรม Delicates ช่วยลดการยืด การฉีกขาด และความเสียหายของเส้นใย เหมาะสำหรับชุดชั้นใน ผ้าพันคอ หรือเสื้อที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ 

อ่านคำแนะนำ วิธีตั้งโปรแกรมเครื่องซักผ้า ของเรา  

คุณสมบัติที่ทำให้อีเลคโทรลักซ์เร็วกว่าและฉลาดกว่า 

การซักผ้าให้เร็วขึ้นเป็นองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการซักให้เร็วอย่างชาญฉลาด โดยไม่ลดทอนการถนอมผ้า ประสิทธิภาพความสะอาด และความยั่งยืน 

และนี่คือจุดที่ทำให้อีเลคโทรลักซ์แตกต่างอย่างแท้จริง ตั้งแต่โปรแกรมซักผ้าเต็มถังที่ใช้เวลาเพียง 45 นาที ไปจนถึงระบบอัจฉริยะที่ปรับการทำงานให้เหมาะกับการซักแต่ละครั้งแบบเรียลไทม์ ทุกเทคโนโลยีถูกออกแบบมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ด้วยความแม่นยำ ใส่ใจ และมีประสิทธิภาพในทุกมิติ 

Electrolux IntelliQuick selects the best suited programme


1. Full Wash 45 
จัดการผ้าเต็มถังซักภายใน 45 นาที  

โปรแกรม Full Wash 45 มีอยู่ใน เครื่องซักผ้าอีเลคโทรลักซ์ และเครื่องซักอบผ้าขนาดตั้งแต่ 8 กกถึง 13 กกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการในการซักผ้าหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ซักเต็มถัง ไปจนถึงช่วยถนอมผ้าที่บอบบาง ช่วยเพิ่มอายุของผ้าที่คุณรักได้ยาวนานขึ้น  


ผู้เชี่ยวชาญของเราอธิบายว่า
 “โปรแกรม Full Wash 45 ของ เครื่องซักผ้าอีเลคโทรลักซ์ UltimateCare เหมาะสำหรับผ้าหลากหลายประเภท ผ้าฝ้ายสี และเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันที่มีคราบสกปรกเล็กน้อย โปรแกรมนี้สามารถซักผ้าเต็มถังที่อุณหภูมิ 30°C ให้สะอาดได้ภายในเวลาเพียง 45 นาที โดย Full Wash 45 เป็นโปรแกรมที่มีให้เลือกทั้งในเครื่องซักผ้าและเครื่องซักอบผ้า ตั้งแต่ขนาด 8 กกถึง 13 กก.” 


แม้หลายแบรนด์จะมีโปรแกรมซักด่วนที่ใช้เวลาเพียง 15 หรือ 30 นาที แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจำกัดเฉพาะการซักผ้าจำนวนน้อย ในขณะที่ Full Wash 45 ผสาน “ความเร็ว” และ “ความจุ” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มอบความสะดวกของการซักเร็ว พร้อมความสามารถในการซักผ้าเต็มถัง ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง
 

โปรแกรม 

Full Wash 45 ของอีเลคโทรลักซ์ 

โปรแกรมซักด่วนทั่วไป  

ระยะเวลา 

45 นาที 

15–30 นาที  

ปริมาณผ้า 

เต็มความจุ (8–13 กก.)  

จำกัด (2–4 กก.)  

เนื้อผ้า 

ผ้าผสมหลายชนิด, ผ้าฝ้ายมีสี 

จำกัด 


2. IntelliQuick เลือกโปรแกรมการซักที่เหมาะสมที่สุด  

โปรแกรม IntelliQuick ของอีเลคโทรลักซ์ ช่วยลดความยุ่งยากก่อนเริ่มซักผ้าได้อย่างแท้จริง โดยเป็นโปรแกรมของเครื่องซักผ้าซีรีส์ 700 และ 900 โปรแกรมนี้ช่วยเลือกโปรแกรมซักที่เร็วที่สุดและเหมาะสมที่สุดให้คุณโดยอัตโนมัติตามปริมาณผ้าที่ใส่เข้าไป ทำให้ดูแลเนื้อผ้าได้อย่างแม่นยำ พร้อมซักผ้าเต็มถังให้สะอาดภายในเวลาเพียง 45 นาที ผู้ใช้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกโปรแกรมเอง และสามารถจัดการผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้า โดยไม่สิ้นเปลืองพลังงานหรือน้ำ 


เครื่องซักผ้า Electrolux ซีรีส์ 900 และ 700 มาพร้อมโปรแกรม IntelliQuick ที่จะเลือกโปรแกรมซักที่เหมาะสมที่สุดตามปริมาณผ้าของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ และยังสามารถซักผ้าเต็มถังให้สะอาดได้ภายใน 45 นาที 


การเลือกโปรแกรมอย่างชาญฉลาดนี้ช่วยตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย โดยเฉพาะในบ้านที่มีปริมาณผ้าในแต่ละวันที่ไม่เท่ากัน ช่วยให้การซักผ้าเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
 


3. IntelliDose 
และ SensorWash มั่นใจเรื่องความสะอาดและใช้ปริมาณผงซักฟอกที่เหมาะสม 

การซักด่วนจะมีประโยชน์อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อสามารถซักผ้าได้สะอาด และนี่คือบทบาทของ IntelliDose และ SensorWash ระบบอัจฉริยะที่ช่วยให้การซักแต่ละครั้งใช้ทรัพยากรอย่างพอดี ทั้งเวลา น้ำ และผงซักฟอก 


เครื่องซักผ้า Electrolux ซีรีส์ 900 มาพร้อมฟีเจอร์ IntelliDose ซึ่งใช้เซนเซอร์ในการคำนวณและจ่ายน้ำยาซักผ้าในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผ้าแต่ละรอบ ภายใต้ระบบ IntelliDose ยังมี SensorWash ที่สามารถตรวจจับคราบสกปรกที่ยังหลงเหลืออยู่ได้ระหว่างการซัก และเพิ่มน้ำยาซักผ้าในรอบที่สองหากจำเป็น พร้อมปรับเวลา น้ำ และพลังงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ 


เมื่อทำงานร่วมกัน IntelliDose และ SensorWash จึงยกระดับมาตรฐานการซักให้สูงขึ้น แม้ในโปรแกรมซักที่ใช้เวลาสั้นลง แสดงให้เห็นว่าความรวดเร็วและความแม่นยำสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว โดยไม่ลดทอนคุณภาพการซักผ้าแม้แต่น้อย
 


สำรวจคุณสมบัติของ
 Electrolux Ultimate Care Gen III เครื่องซักผ้าที่ซักเต็มปริมาณได้รวดเร็วที่สุด ภายในวิดีโอนี้  

เคล็ดลับการซักให้สะอาดและรวดเร็วจากผู้เชี่ยวชาญ 

ด้วยประสบการณ์ยาวนานในระดับภูมิภาคและงานวิจัยเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้ใช้ ผู้เชี่ยวชาญของเราได้แชร์คำแนะนำการใช้โปรแกรมซักด่วนที่จะช่วยให้คุณใช้เครื่องซักผ้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและไม่ทำลายคุณภาพของเสื้อผ้า 

Tip 1: เลือกโปรแกรมให้เหมาะสมกับผ้าและระดับความสกปรก  

การเลือกโปรแกรมซักที่เหมาะสมคือก้าวแรกของการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและถนอมเนื้อผ้า โปรแกรมซักด่วนเหมาะสำหรับเสื้อผ้าที่สกปรกเล็กน้อยที่เราใว่ในทุก ๆ ประจำวัน แต่อาจไม่เหมาะกับผ้าทุกประเภทเสมอไป เช่น เสื้อผ้าที่มีคราบฝังแน่นหรือเนื้อผ้าที่หนา อาจต้องใช้โปรแกรมขจัดคราบหรือโปรแกรมซักที่ใช้เวลานานขึ้น  

การเลือกโปรแกรมให้สอดคล้องกับชนิดของผ้าและสภาพการใช้งาน จะช่วยให้เสื้อผ้าสะอาดพร้อมทั้งคงคุณภาพและอายุการใช้งาน 

Tip 2: ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ 

ความเร็วไม่ใช่ทุกอย่าง ผู้เชี่ยวชาญของเรากล่าวว่า “ความเร็วไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับการซักผ้า แต่ประสิทธิภาพในการทำความสะอาดต่างหาก คือสิ่งที่สำคัญที่สุด” โปรแกรมซักด่วนมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อใช้งานกับปริมาณและประเภทผ้าที่เหมาะสม การเลือกตั้งค่าการซักที่เน้นประสิทธิภาพ แม้จะใช้เวลานานขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้เสื้อผ้าสะอาด ดูใหมอยู่เสมอ่ ช่วยให้เสื้อผ้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น 

Tip 3: เลือกเครื่องซักอัจฉริยะและการอบที่เหมาะสม 

เครื่องซักผ้าอัจฉริยะมาพร้อมเซนเซอร์และโปรแกรมอัตโนมัติที่ปรับการทำงานให้เหมาะสมกับผ้าในแต่ละรอบการซัก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านเวลาและการทำความสะอาด เมื่อใช้ควบคู่กับการดูแลขั้นตอนการอบผ้าอย่างเหมาะสม เช่น การนำผ้าเข้าอบทันทีเพื่อลดกลิ่นอับ เทคโนโลยีเหล่านี้จึงช่วยถนอมเนื้อผ้าได้ดีขึ้น ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น  

อ่านเพิ่มเติม: 10 เคล็ดลับวิธีการดูแลเสื้อผ้าให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น  

เลือกเครื่องซักผ้าอัจฉริยะ เพื่อการซักที่รวดเร็วและสมบูรณ์แบบ  

โปรแกรมซักด่วนสะท้อนให้เห็นถึงการที่เทคโนโลยีปรับตัวให้เข้ากับจังหวะชีวิตสมัยใหม่ ด้วยการเลือกใช้โปรแกรมที่เหมาะสมและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ล้ำสมัย การซักผ้าให้ทั้งรวดเร็วและสะอาดจึงเป็นเรื่องที่ทำได้จริง  

Electrolux ยังคงเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการซักด้วยการรับฟังเสียงของผู้ใช้งานจริง ทุกนวัตกรรม ตั้งแต่ Full Wash 45 ไปจนถึง IntelliDose ล้วนพัฒนาขึ้นจากการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภค และความมุ่งมั่นในการสร้างการใช้ชีวิตที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น เมื่อไลฟ์สไตล์ของผู้คนเปลี่ยนไป Electrolux ก็ยังคงโฟกัสในการทำให้กิจวัตรประจำวันมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยไม่ลดทอนคุณภาพการซัก  

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมซักด่วน

compare channel adviser image
ซื้อสินค้า

    ซื้อจากร้านจำหน่าย