ด้วยสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน การตากผ้าให้แห้งอาจเป็นเรื่องยาก อีกทั้งบ้านขนาดเล็กหรือคอนโดที่มีพื้นที่ตากผ้าจำกัด เครื่องอบผ้าจึงเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผ้าแห้งอย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ ไร้กลิ่นอับ ไม่ต้องตากผ้าภายในบ้าน และยังช่วยถนอมเนื้อผ้า
หากคุณกำลังเลือกเครื่องอบผ้า พิจารณาว่าแบบไหนดีและควรเลือกซื้อที่ความจุเท่าไร บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบเครื่องอบผ้าแต่ละประเภท พร้อมแนะนำวิธีเลือกเครื่องอบผ้าที่เหมาะกับพื้นที่และการใช้งานของคุณ
เครื่องอบผ้าคืออะไร?
เครื่องอบผ้าคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ความร้อน การไหลเวียนของอากาศ และการหมุนของถัง เพื่อขจัดความชื้นออกจากเสื้อผ้าหลังการซัก ช่วยให้ผ้าแห้งได้โดยไม่ต้องพึ่งการตากแดด
สำหรับบ้านในประเทศไทย เครื่องอบผ้าเป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในช่วงฤดูฝนหรือในวันที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะครอบครัวที่ต้องซักชุดนักเรียน ชุดทำงาน ผ้าขนหนู หรือชุดเครื่องนอนเป็นประจำ เพื่อให้ผ้าแห้งสะอาด ไร้กลิ่นอับและพร้อมใช้งานอย่างมั่นใจ
เครื่องอบผ้าทำงานอย่างไร?
เครื่องอบผ้าส่วนใหญ่ทำงานโดยเป่าลมร้อนผ่านเสื้อผ้าขณะที่ถังอบหมุนอย่างต่อเนื่อง ความร้อนจะช่วยดึงความชื้นออกจากเนื้อผ้า และระบายออกผ่านท่อระบายอากาศ ถังเก็บน้ำ หรือระบบระบายน้ำ ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องอบผ้า
เครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อน หรือ Heat Pump จะนำความร้อนกลับมาใช้ซ้ำ จึงช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้น พร้อมถนอมเนื้อผ้าด้วยการอบที่อุณหภูมิต่ำกว่า
เครื่องอบผ้า vs การตากผ้าในแดด
แม้ว่าการตากแดดจะเป็นวิธีที่ง่าย แต่ต้องอาศัยสภาพอากาศ พื้นที่ในการตาก และอากาศที่สะอาดเพียงพอ เครื่องอบผ้าจึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ หากคุณต้องการ:
- ผ้าแห้งสม่ำเสมอ แม้ในช่วงฝนตกหรืออากาศชื้น
- ลดการใช้พื้นที่ตากผ้าภายในบ้านหรือระเบียง
- ลดการสัมผัสฝุ่นละอองและกลิ่นจากภายนอก
- ช่วยปกป้องสีของเสื้อผ้าจากการซีดจางเนื่องจากแสงแดดจัด
เครื่องอบผ้ามีกี่ระบบ?
เครื่องอบผ้ามีระบบการอบหลัก ๆ อยู่ 3 ประเภท ได้แก่ เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน และเครื่องอบผ้าระบบควบแน่น ซึ่งแต่ละระบบมีหลักการทำงานและเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน
1. เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump

เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump ทำงานโดยใช้ลมอุ่นดูดซับความชื้นจากเสื้อผ้า แล้วนำความร้อนกลับมาใช้ซ้ำภายในระบบ สามารถอบผ้าได้ที่อุณหภูมิต่ำกว่าเครื่องอบผ้าระบบอื่น พร้อมช่วยถนอมเนื้อผ้าและประหยัดพลังงานมากกว่า
เครื่องอบผ้า Heat Pump เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้งานเครื่องอบผ้าเป็นประจำ ต้องการประหยัดการใช้พลังงานหรือมีเสื้อผ้าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษ แม้ตัวเครื่องจะมีราคาสูงกว่า แต่สามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ในระยะยาว
เหมาะสำหรับ
- บ้านที่ต้องการประหยัดพลังงาน
- ผู้ที่ใช้งานเครื่องอบผ้าเป็นประจำ
- ครอบครัวที่ต้องการถนอมเนื้อผ้า
- คอนโดหรือบ้านที่ต้องการการปรับเปลี่ยนได้ในการติดตั้ง
2. เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน
เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน (Venting) ทำงานด้วยการดูดอากาศจากภายนอกมาให้ความร้อน ส่งผ่านไปยังเสื้อผ้า แล้วระบายอากาศที่มีความชื้นออกนอกตัวเครื่อง ช่วยให้ผ้าแห้งได้อย่างรวดเร็วและมีราคาย่อมเยากว่า แต่จำเป็นต้องติดตั้งในพื้นที่ที่มีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม
เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนเหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ซักล้างที่สามารถระบายอากาศได้ เช่น บ้านเดี่ยว ห้องซักรีด หรือระเบียงที่รองรับการติดตั้งท่อระบายอากาศ
เหมาะสำหรับ
- บ้านที่มีพื้นที่ระบายอากาศอย่างเหมาะสม
- ผู้ที่ต้องการเครื่องอบผ้าราคาไม่สูง
- ครัวเรือนที่ต้องการเครื่องอบผ้าที่ใช้งานง่ายและอบผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น
เครื่องอบผ้าระบบควบแน่น (Condenser) เปลี่ยนความชื้นในผ้าให้เป็นของเหลว และรวมให้ระบายออกผ่านท่อน้ำทิ้งหรือเก็บไว้ในถังแยก ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น เครื่องอบผ้าประเภทนี้จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งท่อระบายอากาศเหมือนเครื่องอบผ้าระบบลมร้อน
ด้วยเหตุนี้ เครื่องอบผ้าระบบควบแน่นจึงปรับเปลี่ยนการติดตั้งได้ง่ายกว่า แต่หากไม่สามารถต่อระบบกับท่อระบายน้ำได้ ผู้ใช้งานจะต้องเทน้ำออกจากถังเก็บเป็นประจำ
เหมาะสำหรับ
- บ้านที่ไม่สามารถติดตั้งท่อระบายอากาศได้
- คอนโดมิเนียมหรือพื้นที่ซักล้างที่มีข้อจำกัดด้านการระบายอากาศ
- ผู้ที่ต้องการการปรับเปลี่ยนในการติดตั้งเครื่องอบผ้า
เปรียบเทียบเครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump ระบบลมร้อน และระบบควบแน่น
| ประเภทเครื่องอบผ้า | เหมาะสำหรับ | จุดเด่น |
| ระบบ Heat Pump | ผู้ที่ใช้งานเป็นประจำ ต้องการถนอมผ้าและประหยัดพลังงาน | นำความร้อนกลับมาใช้ซ้ำ อบผ้าอย่างอ่อนโยน |
| ระบบลมร้อน | บ้านที่มีพื้นที่สำหรับการระบายอากาศ | ราคาไม่สูง ประสิทธิภาพดี |
| ระบบควบแน่น | ผู้ที่ต้องการการปรับเปลี่ยนในการติดตั้ง | ไม่ต้องต่อท่อระบายอากาศ |
อ่านเพิ่มเติม: เครื่องอบผ้าระบบปั๊มความร้อน ระบบควบแน่น และระบบลมร้อน แบบไหนที่เหมาะกับคุณ
เครื่องอบผ้าแบบไหนดีที่สุด?
เครื่องอบผ้าที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับพื้นที่ติดตั้ง ปริมาณผ้าที่ซัก งบประมาณ และความถี่ในการใช้งาน
- เหมาะสำหรับคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์
เลือกเครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump หรือระบบควบแน่น หากต้องการติดตั้งโดยไม่ต้องใช้ท่อระบายอากาศ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบพื้นที่ติดตั้ง ตำแหน่งปลั๊กไฟ และข้อกำหนดของอาคารก่อนเลือกซื้อ
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดพลังงาน
เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานเป็นประจำ เพราะใช้ความร้อนหมุนเวียนภายในระบบ ช่วยประหยัดพลังงานและถนอมเนื้อผ้าได้ดียิ่งขึ้น
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอบผ้าได้รวดเร็วและคุ้มค่า
เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนเป็นตัวเลือกที่ดี หากบ้านมีพื้นที่สำหรับระบายอากาศ และต้องการเครื่องอบผ้าที่มีราคาย่อมเยา
- เหมาะสำหรับครอบครัวที่ซักผ้าเป็นประจำ
เลือกเครื่องอบผ้าความจุขนาดใหญ่ที่มาพร้อมระบบตรวจจับความชื้นและโปรแกรมถนอมผ้า เพื่อรองรับการอบผ้าขนหนู ชุดเครื่องนอน และผ้าหลากหลายประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
วิธีเลือกขนาดเครื่องอบผ้าและความจุถัง
การเลือกเครื่องอบผ้าควรพิจารณาทั้ง ความจุ และ ขนาดเครื่อง โดยความจุจะบอกว่ารองรับผ้าได้มากเพียงใด ส่วนขนาดตัวเครื่องจะช่วยให้มั่นใจว่าสามารถติดตั้งได้พอดีกับพื้นที่
คู่มือเลือกความจุเครื่องอบผ้าตามขนาดครัวเรือน
| ความจุเครื่องอบผ้า | เหมาะสำหรับ | ตัวอย่างการใช้งาน |
| 6–7 กก. | ผู้ที่อยู่คนเดียวหรือ 2 คน | เสื้อผ้าประจำวัน ผ้าปริมาณน้อย และผ้าเนื้อบอบบาง |
| 7–9 กก. | ครอบครัวขนาดเล็กถึงขนาดกลาง | เสื้อผ้าหลากหลายประเภท ชุดนักเรียน เสื้อเชิ้ต และผ้าขนหนู |
| 9–10 กก. ขึ้นไป | ครอบครัวขนาดใหญ่ | ชุดเครื่องนอน ผ้าขนหนูจำนวนมาก และผ้าชิ้นใหญ่ |
สำหรับหลายครัวเรือน เครื่องอบผ้าขนาด 8 กก. ถือเป็นตัวเลือกที่ลงตัว เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย 2 คน ครอบครัวขนาดเล็ก หรือผู้ที่ซักผ้าเป็นประจำ ส่วนผู้ที่ต้องอบผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนู หรือผ้าปริมาณมากเป็นประจำ ควรเลือกเครื่องอบผ้าขนาด 9 กก. เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้น
วิธีตรวจสอบขนาดเครื่องอบผ้าก่อนเลือกซื้อ
ก่อนเลือกซื้อเครื่องอบผ้า ควรวัดพื้นที่ติดตั้งให้เรียบร้อย โดยตรวจสอบ
- ความกว้าง ความสูง และความลึกของพื้นที่ติดตั้ง
- พื้นที่สำหรับเปิดประตูเครื่อง
- พื้นที่ด้านหลังสำหรับท่อระบายอากาศ ท่อน้ำ หรือการไหลเวียนของอากาศ (หากจำเป็น)
- พื้นที่ด้านข้างสำหรับการระบายอากาศ
- ตำแหน่งปลั๊กไฟ
- จุดระบายน้ำ (สำหรับรุ่นต้องระบายน้ำ)
- ความสามารถในการติดตั้งซ้อนกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า หากต้องการวางซ้อน
หากมีพื้นที่ซักล้างขนาดเล็ก ไม่ควรวัดเฉพาะพื้นที่วางเครื่องเท่านั้น แต่ควรเผื่อพื้นที่สำหรับเปิดประตูเครื่อง การนำผ้าเข้าและออกจากเครื่อง รวมถึงการทำความสะอาดแผ่นกรองหรือถังเก็บน้ำให้สะดวกด้วย
เครื่องอบผ้าขนาด 8 กก. ใหญ่พอไหม?
เครื่องอบผ้าขนาด 8 กก. เหมาะสำหรับครัวเรือนขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ใช้อบเสื้อผ้าทั่วไป เสื้อเชิ้ต ชุดนักเรียน และผ้าขนหนูได้อย่างสะดวก ตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ วัน แต่หากต้องอบชุดเครื่องนอน ผ้าขนหนูผืนใหญ่ หรือผ้าชิ้นใหญ่เป็นประจำ เครื่องอบผ้าขนาด 9 กก. จะเหมาะสมกว่า
คู่มือติดตั้งเครื่องอบผ้า
การติดตั้งเครื่องอบผ้าจะแตกต่างกันตามประเภทของเครื่อง การวางแผนพื้นที่ติดตั้งก่อนเลือกซื้อจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องพื้นที่ ท่อระบายอากาศ และการระบายน้ำ
ข้อกำหนดในการติดตั้งตามประเภทเครื่องอบผ้า
| ประเภทเครื่องอบผ้า | สิ่งที่ต้องมีสำหรับการติดตั้ง |
| ระบบ Heat Pump | ปลั๊กไฟ พื้นที่ระบายอากาศ และถังเก็บน้ำหรือจุดระบายน้ำ (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| ระบบควบแน่น | ปลั๊กไฟ และถังเก็บน้ำหรือจุดระบายน้ำ (ขึ้นอยู่กับรุ่น) |
| ระบบลมร้อน | ปลั๊กไฟ และจุดสำหรับต่อท่อระบายอากาศออกภายนอก |
ติดตั้งเครื่องอบผ้าตามคำแนะนำในคู่มือของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นเสมอ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน
ควรติดตั้งเครื่องอบผ้าไว้ที่ไหน?
ตำแหน่งที่นิยมติดตั้งเครื่องอบผ้า ได้แก่
- ห้องซักรีด
- พื้นที่ซักล้างภายในบ้าน
- ระเบียงที่มีหลังคา
- พื้นที่ซักล้างบริเวณใกล้ห้องครัว
- ติดตั้งซ้อนบนเครื่องซักผ้าฝาหน้าที่รองรับ
หากติดตั้งเครื่องอบผ้าบริเวณระเบียง ควรเลือกพื้นที่ที่ปราศจากน้ำฝนและฝุ่นจากภายนอกได้ ส่วนการติดตั้งแบบวางซ้อน ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า รวมถึงชั้นวางซ้อนเครื่องที่ผู้ผลิตแนะนำ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของเครื่องขณะใช้งาน
สิ่งที่ควรพิจารณาด้านการติดตั้งเครื่องอบผ้า
ก่อนเลือกซื้อเครื่องอบผ้า ควรตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้
- วัดพื้นที่ติดตั้งให้เรียบร้อย
- ตรวจสอบขนาดตัวเครื่อง ทั้งความกว้าง ความสูง และความลึก
- เช็กทิศทางการเปิดประตูและพื้นที่สำหรับเปิดใช้งาน
- ตรวจสอบความต้องการด้านการระบายอากาศสำหรับเครื่องอบผ้าระบบลมร้อน
- ตรวจสอบระบบถังเก็บน้ำหรือจุดระบายน้ำสำหรับเครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump และระบบควบแน่น
- ตรวจสอบความเข้ากันได้ของฐานวางซ้อน หากต้องการติดตั้งร่วมกับเครื่องซักผ้า
- ตรวจสอบตำแหน่งปลั๊กไฟให้เหมาะสมและปลอดภัย
- ศึกษาคู่มือและคำแนะนำในจากผู้ผลิตเสมอ
อ่านเพิ่มเติม: วิธีใช้เครื่องอบผ้าที่ถูกต้อง สำหรับมือใหม่เริ่มใช้งาน
คุณสมบัติสำคัญที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกเครื่องอบผ้า
เมื่อเลือกประเภทและความจุของเครื่องอบผ้าได้แล้ว ควรพิจารณาฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน พร้อมดูแลเสื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การประหยัดพลังงาน
หากใช้งานเครื่องอบผ้าเป็นประจำ ควรเลือกเครื่องที่ประหยัดพลังงาน โดยเครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump ถือเป็นตัวเลือกที่ประหยัดพลังงานที่สุด เพราะนำความร้อนกลับมาใช้ซ้ำระหว่างการอบ แม้ราคาเครื่องจะสูงกว่า แต่ช่วยลดค่าไฟได้ในระยะยาว
- ระบบตรวจจับความชื้น (Sensor Drying)
ระบบตรวจจับความชื้นช่วยวัดระดับความชื้นของผ้าภายในถังอบ และปรับระยะเวลาอบอัตโนมัติ ป้องกันการอบผ้านานเกินความจำเป็น ประหยัดพลังงาน และถนอมเนื้อผ้า
เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนอีเลคโทรลักซ์ รุ่น EDV804H3WC UltimateCare 300 ขนาด 8 กก. มาพร้อมฟีเจอร์ระบบตรวจจับความชื้นที่ช่วยปรับเวลาอบให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าแต่ละรอบ
- โปรแกรมสำหรับผ้าแต่ละประเภท
ผ้าแต่ละชนิดต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน ควรเลือกเครื่องอบผ้าที่มีโปรแกรมเฉพาะสำหรับผ้าฝ้าย ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าเนื้อบอบบาง ผ้าขนหนู ชุดเครื่องนอน หรือโปรแกรมอบด่วน เพื่อช่วยรักษาเนื้อผ้า รูปทรง และสีสันของเสื้อผ้า
ทั้งนี้ ควรตรวจสอบสัญลักษณ์การดูแลบนป้ายเสื้อผ้าก่อนนำเข้าเครื่องอบ โดยเฉพาะผ้าที่ไวต่อความร้อน
- ฟังก์ชันลดรอยยับ
ฟังก์ชันลดรอยยับให้เสื้อผ้าเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถนำผ้าออกจากเครื่องได้ทันทีหลังจบรอบการอบ ช่วยลดรอยยับและทำให้รีดผ้าได้ง่ายขึ้น
เครื่องอบผ้าระบบลมร้อนอีเลคโทรลักซ์ เช่น รุ่น EDV804H3WC และ EDS904N3SC มาพร้อมเทคโนโลยี ReverseTumbling ที่ช่วยลดการพันกันของผ้าและลดรอยยับ เพื่อให้เสื้อผ้าพร้อมสวมใส่และรีดง่ายยิ่งขึ้น
- ระดับเสียงในการทำงาน
เสียงการทำงานของเครื่องเป็นอีกปัจจัยที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะหากติดตั้งเครื่องอบผ้าใกล้ห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือในพื้นที่แบบเปิด หากอาศัยอยู่ในคอนโดหรือมักซักผ้าในช่วงกลางคืน ควรเลือกรุ่นที่ออกแบบมาให้ทำงานเงียบเพื่อลดเสียงรบกวน
- ระบบไอน้ำและถนอมผ้า
ฟังก์ชันไอน้ำช่วยคืนความสดชื่นให้กับเสื้อผ้าและลดรอยยับ ทำให้เสื้อผ้าดูสดชื่นโดยไม่ต้องซักใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการการดูแลเสื้อผ้าเป็นพิเศษ เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump อีเลคโทรลักซ์ รุ่น EDH902R9SC UltimateCare 900 ขนาด 9 กก. มาพร้อมระบบไอน้ำที่ช่วยลดรอยยับและรีเฟรชเสื้อผ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกซื้อเครื่องอบผ้ายี่ห้อไหนดี?
เมื่อเปรียบเทียบแบรนด์เครื่องอบผ้า ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาเท่านั้น แต่ควรเลือกแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพการอบผ้าที่เชื่อถือได้ มีเทคโนโลยีถนอมเนื้อผ้า ตัวเลือกประหยัดพลังงาน และบริการหลังการขายที่ไว้ใจได้
วิธีเลือกแบรนด์เครื่องอบผ้าที่ดี
ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- มีประเภทและความจุของเครื่องอบผ้าให้เลือกหลากหลาย
- มีรุ่นที่ประหยัดพลังงาน
- มีฟังก์ชันถนอมผ้าและลดรอยยับ
- โปรแกรมการใช้งานเข้าใจง่าย
- มีการรับประกันและบริการหลังการขาย
- มีศูนย์บริการและอะไหล่แท้รองรับ ทั่วประเทศ
- มีรีวิวและคะแนนจากผู้ใช้งานจริง
- มีข้อมูลผลิตภัณฑ์และคำแนะนำในการติดตั้งที่ชัดเจน
เครื่องอบผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้งานในระยะยาว การเลือกแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจึงช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจในทุกวัน
ทำไมควรเลือกเครื่องอบผ้าจากอีเลคโทรลักซ์?
เครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลผ้าในชีวิตประจำวัน ด้วยประสิทธิภาพการอบผ้า เทคโนโลยีถนอมเนื้อผ้า และฟังก์ชันที่ใช้งานสะดวก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอบผ้าระบบลมร้อนสำหรับการอบผ้าที่รวดเร็ว หรือเครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump ที่ช่วยประหยัดพลังงานและดูแลเสื้อผ้าได้ดียิ่งขึ้น อีเลคโทรลักซ์มีตัวเลือกที่เหมาะกับทุกครัวเรือน
โดยเฉพาะในประเทศไทย เครื่องอบผ้าอีเลคโทรลักซ์เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น ฤดูฝน การอยู่อาศัยในคอนโด และไลฟ์สไตล์ของครอบครัวยุคใหม่ โดยมาพร้อมเทคโนโลยีอย่าง ReverseTumbling, ระบบตรวจจับความชื้น (Sensor Drying) และระบบไอน้ำที่ช่วยลดรอยยับ คืนความสดชื่นให้เสื้อผ้า และทำให้การดูแลผ้าเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น
เครื่องอบผ้า 3 รุ่นแนะนำจากอีเลคโทรลักซ์
1. เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน 8 กก. UltimateCare 300 รุ่น EDV804H3WC
- เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานคนเดียว คู่รัก ครอบครัวขนาดเล็ก
- ฟีเจอร์โดดเด่น: ReverseTumbling ช่วยลดรอยยับของผ้า ทำให้รีดได้ง่ายขึ้น และเซนเซอร์อัจฉริยะที่ปรับเวลาการอบให้เหมาะสมกับผ้า รุ่นนี้ยังมาพร้อมโปรแกรมอบผ้าเพื่อสุขอนามัย ที่ช่วยลดแบคทีเรียและไวรัสที่พบบ่อยระหว่างการอบ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้
-
- ReverseTumbling ช่วยลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสทั่วไปด้วยการอบผ้า*
- อบผ้าอย่างทะนุถนอม
2. เครื่องอบผ้าระบบลมร้อน 9 กก. UltimateCare 300 รุ่น EDS904N3SC
- เหมาะสำหรับ: ครอบครัวหรือบ้านขนาดกลาง
- ฟีเจอร์โดดเด่น: รุ่นนี้ดูแลให้ผ้าสดชื่นน่าสวมใส่ด้วยฟีเจอร์ ReverseTumbling ที่ทำให้รีดได้ง่ายขึ้น พร้อมช่วยลดแบคทีเรียและไวรัสที่พบบ่อยระหว่างการอบ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้
-
- คืนความสดชื่นพร้อมลดรอยยับให้กับเสื้อผ้า*
- ReverseTumbling ช่วยลดรอยยับ รีดเรียบง่าย
- ขจัดเชื้อแบคทีเรียและไวรัสทั่วไปด้วยการอบผ้า*
3. เครื่องอบผ้าระบบ Heat Pump 9 กก. UltimateCare 300 รุ่น EDH902R9SC
- เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ใช้งานเป็นประจำหรือครอบครัวที่ต้องการการดูแลผ้าที่ต้องการความใส่ใจเป็นพิเศษ
- ฟีเจอร์โดดเด่น: ฟังก์ชันไอน้ำช่วยลดรอยยับและทำให้ผ้าสดชื่น และเทคโนโลยี Heat Pump ที่ถนอมผ้าบอบบางได้ดี รุ่นนี้ออกแบบมาเพื่ออบเสื้อแจ็กเกตหนาและผ้านวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ระบุไว้
-
- ลดรอยยับและคืนความสดชื่นให้กับเสื้อผ้าด้วยไอน้ำ
- อบเสื้อขนเป็ดและผ้านวมได้แห้งสนิท
- อบเสื้อผ้าชิ้นบอบบางอย่างทะนุถนอม
คำถามที่พบบ่อย
-
1. เครื่องอบผ้ากินไฟไหม
อัตราการกินไฟของเครื่องอบผ้าขึ้นอยู่กับชนิดและเทคโนโลยีของเครื่อง เครื่องอบผ้าแบบปั๊มความร้อนประหยัดไฟมากที่สุด ใช้พลังงานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องอบผ้าแบบท่อลมร้อนและแบบควบแน่น ควรตรวจสอบอัตราการใช้พลังงานจากฉลากประหยัดพลังงานเพื่อคำนวณอัตราการสิ้นเปลือง และหาตัวเลือกของรุ่นที่ประหยัดไฟ
-
2. อบผ้ากี่นาทีเสื้อผ้าจึงจะแห้ง
ระยะเวลาในการอบผ้านั้นขึ้นอยู่กับชนิดของเครื่องอบผ้า ปริมาณผ้า และชนิดของเสื้อผ้า โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ประมาณ 30-90 นาทีในการอบผ้าให้แห้ง เครื่องอบผ้าแบบปั๊มความร้อนอาจะใช้เวลามากกว่าเล็กน้อยแต่ก็ช่วยถนอมผ้าและประหยัดพลังงาน
-
3. การอบผ้าอุณหภูมิเท่าไหร่
การตั้งค่าอุณหภูมิในการอบนั้นแตกต่างกันตามชนิดของเนื้อผ้า :
- ความร้อนต่ำ : ผ้าบอบบาง ชุดชั้นใน หรือผ้าใยสังเคราะห์
- ความร้อนระดับกลาง : เสื้อผ้าทั่วไป เช่น ผ้าฝ้าย
- ความร้อนสูง : ผ้าเช็ดตัว ผ้าปูที่นอน หรือผ้าเนื้อหนา
ตรวจสอบฉลากดูแลเสื้อผ้าเพื่อเลือกระดับความร้อนที่เหมาะสมกับเสื้อผ้าก่อนอบทุกครั้ง -
4. อบผ้าแล้วต้องตากไหม
เสื้อผ้าที่อบเสร็จแล้วจากเครื่องอบผ้าจะพร้อมสวมใส่ หากนำออกจากเครื่องโดยทันทีจะไม่มีรอยยับ แต่เสื้อเชิร์ตหรือชุดเดรสหากแขวนไว้ก็จะคงรูปสวยงาม
-
5. ชุดชั้นในอบได้ไหม
ได้ แต่ควรอบด้วยความร้อนต่ำ หรือรอบอบถนอมเนื้อผ้าเพื่อป้องกันการเสียหายของเนื้อผ้าหรือยางยืด หากเป็นชุดชั้นในที่บอบบางควรนำใส่ในถุงซักผ้าเพื่อปกป้องเนื้อผ้าในการอบ
-
6. อบผ้าขาวกับผ้าสีรวมกันได้ไหม
ไม่แนะนำให้อบผ้าขาวและผ้าสีรวมกัน โดยเฉพาะผ้าสีที่ยังใหม่และมีการตกสี จึงควรแยกเสื้อขาวและเสื้อผ้าสีเข้มในการอบ เพื่อให้เสื้อสีขาวยังคงขาวสว่างและป้องกันสีตกใส่